กรณีศึกษา 1 การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อความได้เปรียบทางการแข่งขัน

การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับระบบการจองตั๋วเครื่องบินนั้น จะทำให้เกิดความสะดวกและลดค่าใช้จ่ายลงได้มาก เมื่อเทียบกับระบบเดิม ปัจจุบันสายการบินต่าง ๆ
ได้มียอดการจองที่นั่งผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์มากขึ้น โดยเฉพาะสายการบินอเมริกัน แอร์ไลน์ นั้นมีรายได้ที่มาจากการจองตั๋วผ่านเครือข่ายมากกว่า 50% ของรายได้ทั้งหมดของบริษัท

ซาเบอร์ (Saber)เป็นระบบการจองตั๋วเครื่องบินของอเมริกันระบบแรกและเป็นการลงทุนที่แพงมากสำหรับพัฒนาระบบดังกล่าว เมื่อเปลี่ยนมาเป็นระบบเชื่อมโยงต่อกัน (On-line)
กลับถูกคู่แข่งขันรายอื่นยื่นคำฟ้องต่อศาลโดยอ้างว่าระบบนี้ไม่ให้ความเป็นธรรมแก่ชาวอเมริกัน นอกจากนี้ยังเป็นการเพิ่มงานเพราะทำให้พวกเขาต้องพยายามที่จะพัฒนากลไกระบบของตนเองอีกด้วย
 ในแง่มุมด้านการแข่งขันของระบบซาเบอร์กับคู่แข่งขันรายอื่น ๆ นั้นได้ดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงสิ้นปี ค.ศ. 1999 และอาจกล่าวได้ว่า ตั๋วเครื่องบินในสหรัฐอเมริกาอย่างน้อย 3 ใน 5 ใบ
ที่บริษัทขายตั๋วออกให้แก่ผู้โดยสารทางอากาศนั้น ได้รับการจองล่วงหน้าผ่านระบบซาเบอร์นั่นเอง คดีฟ้องร้องเกี่ยวกับระบบซาเบอร์ยังได้ดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ และได้มีการพิจารณาเกี่ยวกับกฎระเบียบที่
จะใช้บังคับการแพร่กระจายของระบบซาเบอร์ซึ่งครอบงำระบบการจองตั๋วรายอื่น ๆ ทั้งหมด อย่างไรก็ตามนายโรเบิร์ด แครนเดล ประธานและหัวหน้าใหญ่ของบริษัทซาเบอร์สายการบินอเมริกันได้ให้ข้อคิดว่า
“ถ้าท่านให้ผมเลือกขายระหว่างสายการบินกับระบบซาเบอร์แล้ว ผมคงต้องเลือกขายสายการบินดีกว่า”

ระบบซาเบอร์ (Saber) ก็คล้าย ๆ กับระบบจองตั๋วส่วนใหญ่ที่ใช้กันในปัจจุบัน คือเป็นระบบคอมพิวเตอร์ที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองการใช้กฎระเบียบ
และข้อบังคับของอุตสาหกรรมสายการบินให้ใช้งานง่ายขึ้น จริง ๆ แล้วการใช้งานได้เริ่มต้นมาตั้งแต่ปลายคริสต์ศตวรรษที่

70 และต่อเนื่องมาจนถึงคริสต์ศตวรรษที่ 80
การผ่อนคลายกฎระเบียบและข้อบังคับจากภาครัฐบาลเกิดขึ้นมาเพื่อให้สายการบินสามารถกำหนดราคาตั๋วเครื่องบิน เส้นทางการบิน และการบริหารงานภายในของตนเองได้
ราคาตั๋วเครื่องบินโดยสารมีราคาถูกลงกว่าเดิมอย่างมาก โดยเฉพาะการเดินทางเป็นกลุ่ม (Package) สำหรับผู้ที่ชอบเดินทางโดยเครื่องบินบ่อยๆ และนักธุรกิจ
จะได้รับประโยชน์เป็นอย่างมาก ทำให้สายการบินมีรูปแบบของการจัดชั้นบริการตามความต้องการของผู้โดยสารได้

ระบบการจองตั๋วเครื่องบิน มีรายละเอียดดังต่อไปนี้คือ สายการบินใหญ่ ๆ แต่ละสายการบินจะมีระบบการจองตั๋วเป็นของตนเอง เช่น สายการบินที.ดับบลิว.เอ (TWA)
มีระบบการจองตั๋วที่เรียกว่า ปาร์ส (Pars) และสายการบินเดลต้า (DELTA) มีระบบการจองตั๋วชื่อว่า ดาต้าส (Datas) อย่างไรก็ตามได้มีสำนักวานตัวแทนจำหน่ายตั๋วเดินทางมากกว่า


40,000 แห่ง ซึ่งคิดเป็น 90 % ของสำนักงานตัวแทนทั้งหมด ในสหรัฐอเมริกาในปัจจุบันได้เชื่อมต่อตรง (On-line) เข้ากับ 3
ระบบการจองตั๋วดังกล่าว นอกจากนี้สำนักงานตัวแทนจำหน่ายแต่ละแห่งยัง

สามารถทำการจองตั๋วเที่ยวบินต่าง ๆ ผ่านสายการบินอื่น ๆ ได้อีกด้วย จากการศึกษาพบว่าสายการบินได้จัดหาสำนักงานตัวแทนจำหน่ายและเชื่อมเข้ากับระบบคอมพิวเตอร์หลักของสายการบิน
 หรืออาจกล่าวได้ว่าแต่ละสายการบินต้องการเพิ่มจำนวนสำนักงานตัวแทนจำหน่ายที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลเข้ากับระบบกลางของสายการบินนั้น ๆ

ระบบซาเบอร์ อพอลโล ปาร์ส และดาต้าส จะสื่อสารกันเป็นระบบเวลาจริง (Real time) เช่น สามาระถทำการจองที่นั่งในเครื่องบินเดลต้าผ่านระบบซาเบอร์หรือจองที่นั่งของ
เครื่องบินอเมริกันผ่านระบบปาร์สก็ได้อย่างไรก็ตามการสำรองที่นั่งผ่านสายการบินคู่แข่งขันในแต่ละครั้งนั้น สายการบินที่เป็นเจ้าของระบบสำรองที่นั่งจะต้องได้รับค่าธรรมเนียม
ดังนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงการจ่ายค่าธรรมเนียมให้กับคู่แข่งขัน แต่ละสายการบินจึงต้องการที่จะสำรองที่นั่งโดยผ่านระบบของตนเองให้มากเท่าที่จะเป็นไปได้

กลยุทธ์การแข่งขัน

สายการบินต่าง ๆ สามารถใช้ระบบการสำรองที่นั่งของตนเอง เพื่อสร้างความได้เปรียบด้านการแข่งขันในหลาย ๆ ทาง กลยุทธ์ที่นิยมใช้กันสามารถสรุปได้ดังต่อไปนี้

1. การควบคุมระบบสารสนเทศที่แสดงบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ของตัวแทนจำหน่ายตั๋วสำหรับการเดินทาง เช่น สายการบินที่เป็นเจ้าของระบบสำรองที่นั่ง มักจะแสดงรายการของสายการยินของตนเองเป็นอันดับแรก (หรือในลักษณะที่เลือกเองได้) ก่อนที่จะแสดงรายการของคู่แข่งขันอื่น ๆ

2. การมีสำนักงานตัวแทนจำหน่ายตั๋วเดินทางและมีการทำสัญญาข้อตกลงกันไว้ในวันที่ซื้อตั๋วว่าจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับสายการบินว่าลูกค้าจะไม่เปลี่ยนใจไปใช้บริการระบบของคู่แข่งขัน

3. ถ้ามีการจัดเก็บค่าธรรมเนียมสำหรับสายการบิน จะมีการระบุไว้ในระบบสำรองที่นั่ง

4. การเสนอเครื่องคอมพิวเตอร์ให้แก่สำนักงานตัวแทนจำหน่ายต่าง ๆ เพื่อให้ตัวแทนเหล่านั้นสามารถประมวลผลของตนเองแล้วต่อเชื่อมตรง (On-line) ในการจองตั๋วสายการบิน

5. การเพิ่มจำนวนการให้บริการที่เสนอผ่านระบบสำรองที่นั่ง จนกระทั่งตัวแทนจำหน่ายสามารถสำรองการเช่ารถและห้องพักของโรงแรมให้แก่ผู้เดินทางได้อย่างสะดวก สายการบินใหญ่ ๆ ได้แบ่งระบบการสำรองที่นั่งออกไปเป็นส่วนย่อย ๆ ซึ่งการแบ่งแยกย่อยเหล่านี้จะให้บริการธุรกรรมการจองต่าง ๆ กับสายการบินขนาดเล็กและบริษัทในอุตสาหกรรมอื่น ๆ

การแข่งขันที่รุนแรงระหว่างสายการบิน เป็นสิ่งบ่งชี้ให้เห็นถึงการเจริญเติบโตของการใช้บริการสายการบินระหว่างช่วงปี ค.ศ. 1990-1999
สงครามราคาตั๋ว ตั๋วกลุ่มพิเศษสำหรับผู้ใช้เส้นทางบ่อย ๆ และการให้บริการใหม่ ๆ จะยังคงมีต่อไปเพื่อพัฒนาให้อุตสาหกรรมสายการบินมีความทันสมัยและเป็นไปตามความต้องการของผู้โดยสาร บางบริษัทเช่น อิสเทิร์น (Eastern Airlines) และแพนเอ็ม (PAN AM) ได้ปิดกิจการลงเนื่องจากมีความกดดันด้านการ

แข่งขัน ทำให้มีการล้มละลายของแต่ละสายการบินขึ้น เทคโนโลยีสารสนเทศได้แสดงบทบาทที่สำคัญในการเปลี่ยนรูปแบบของบริษัทและการให้บริการ ซึ่งระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) ยังคงเป็นปัจจัยหลักของการได้เปรียบในการแข่งขันเช่นนี้ต่อไปอีกในอนาคต

กรณีศึกษา 2 ผู้ทำการค้ารถยนต์ได้ใช้ระบบสารสนเทศหลายรูปแบบเพื่อชิงความเปรียบในการแข่งขัน

บริษัท Frankin Chevrolet/Toyota เป็นบริษัทผู้ร่วมทำการค้ารถยนต์ในเมือง Statesboro รัฐ Georgia ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยขายและให้บริการแก่เจ้าของรถใหม่และรถที่ใช้แล้ว ตลอดจนการช่วยลูกค้าในการจัดทำไฟแนนซ์ เป็นผู้ประกอบการค้ารถยนต์ทั่วไปเช่นเดียวกับผู้ประกอบการรายอื่น ๆ บริษัทร่วมดังกล่าวต้องพึ่งพาเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) อย่างมาก ทั้งนี้ก็เพื่อให้สามารถแข่งขันกับผู้อื่นได้

วีดีโอเท็กซ์ (Videotext)

เป็นส่วนหนึ่งของระบบหลักที่ใช้ในฝ่ายขายชิ้นส่วนและฝ่ายบริการ วีดีโอเท็กซ์ส่วนใหญ่ก็คือ แคตตา ล็อกรายการชิ้นส่วนแบบเชื่อมตรง (

On-line) ซึ่งมีการติดตั้งไว้ด้านบนของเคาน์เตอร์บริการ และมีจอหมุนรอบตัวเพื่อให้มองเห็นได้ทั้ง 2
ด้าน การค้นหาชิ้นส่วยเริ่มขึ้นเมื่อลูกค้าหรือช่างคนใดคนหนึ่งบอกเจ้าหน้าที่ฝ่ายชิ้นส่วนของบริษัทว่าต้องการชิ้นส่วนของรถรุ่นใด ปีใด ภาพของรถจะปรากฏขึ้นที่จอภาพ

ระบบนี้จะช่วยขยายชิ้นส่วนของรถเพื่อให้เห็นได้อย่างชัดเจน แม้จะมีขนาดเล็กมากก็ตาม จอภาพที่หมุนได้จะช่วยให้ลูกค้าหรือช่างรู้ถึงชิ้นส่วนที่ตนต้องการ เมื่อได้รับการยืนยันแล้วเจ้าหน้าที่ผ่ายชิ้นส่วนจะได้รับหมายเลขชิ้นส่วนสำหรับแต่ละรายการที่ต้องการจากระบบวีดีโอเท็กซ์ ต่อจากนั้นหมายเลขชิ้นส่วนก็จะเข้ามาสู่คอมพิวเตอร์อีกครั้งหนึ่งซึ่งเชื่อมต่อเข้าด้วยกัน เพื่อวินิจฉัยว่าชิ้นส่วนที่ต้องการนั้นมีอยู่ในสต๊อกหรือว่าต้องสั่งซื้อ การสั่งซื้อชิ้นส่วนที่ไม่มีในสต๊อกจะกระทำโดยใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

นอกจากนี้ระบบวีดีโอเท็กซ์ยังช่วยให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายชิ้นส่วนสามารถค้นหาชิ้นส่วนของรถจากคลังเก็บชิ้นส่วนของผู้ประกอบการรายอื่น ๆ ในพื้นที่นั้นได้อีกด้วย ถ้าผู้ประกอบการรายอื่นไม่มีชิ้นส่วนที่ต้องการเลยก็จะป้อนคำสั่งอิเล็กทรอนิกส์ให้แก่บริษัทที่จัดส่งชิ้นส่วน ซึ่งบริษัทดังกล่าวก็จะส่งคำสั่งอิเล็กทรอนิกส์กลับมาเพื่อแจ้งให้ทราบว่าจะส่งชิ้นส่วนให้ได้เมื่อใด

งานขายได้รับการสนับสนุนจากระบบต่าง ๆ หลายระบบ เจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรการจะใช้ซอฟต์แวร์สำหรับงานพิมพ์ งานออกแบบ งานโฆษณาทางหนังสือพิมพ์ เพื่อดึงดูดความสนใจจากผู้ซื้อให้เข้ามาเยี่ยมชมโชว์รูม และช่วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายขายที่ไม่สามารถดึงดูดความสนใจจากผู้ที่มีแนวโน้มว่าจะซื้อให้เข้าชมรถที่มีอยู่ ดังนั้นการใช้ระบบที่ช่วยมองเห็นรถจึงเป็นทางเลือก

(Option) ที่เหมาะสม และสามารถติดต่อกับบริษัทอื่นในเขตเดียวกันว่ามีรถที่ต้องการหรือไม่ ถ้าไม่มีก็จะใช้คำสั่งหรือใบสั่งด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ส่งตรงสู่โรงงานผู้ผลิตโดยมีรายการที่ลูกค้าต้องการควบคุมทุกอย่าง

เมื่อเร็ว ๆ นี้บริษัทแฟรงคลินได้ริเริ่มการจัดห้องพิเศษเพื่อรองรับระบบการฝึกอบรมโดยใช้ไมโครคอมพิวเตอร์มัลติมีเดียแบบใหม่ ซึ่งผลิตและจัดจำหน่ายโดยบริษัท General Motor เป็นการรวมเอาวีดีโอเท็กซ์ (Videotext) ออดิโอเท็กซ์ (Audiotext) และส่วนข้อมูลเข้าด้วยกันในหน่วยเดียว ซึ่งผู้ผลิตจะเปิดโอกาสให้ช่าง เจ้าหน้าที่ฝ่ายชิ้นส่วน และเจ้าหน้าที่ฝ่ายขายเข้ารับการฝึกอบรมในขั้นเริ่มต้น ขั้นกลาง และขั้นสูงได้

ผู้ประกอบการคาดว่าให้ความสนับสนุนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) ของตนจะมีความซับซ้อนและ พัฒนามากยิ่งขึ้น ในอนาคตคาดว่าระบบข้อความในสำนักงานขายจะมีระบบกราฟฟิกที่ทันสมัยกว่าเข้ามาใช้แทน ทั้งนี้ก็เพื่อให้ลูกค้าสามารถมองเห็นว่าสิ่งที่ตนสั่งนั้นมีลักษณะเป็นอย่างไร บริษัทแฟรงคลินยังหวังอีกด้วยว่าแผนกบริการแต่ละแผนกจะมีคอมพิวเตอร์ปลายทาง (Terminal) ที่ทำงานโดยใช้ซอฟต์แวร์ของระบบผู้เชี่ยวชาญ (Expert system) ซึ่งช่วยช่างในการวินิจฉัยปัญหา และบอกส่วนที่มีประสิทธิผลที่สุดของทางเลือก (Option) ในการให้บริการนอกจากนั้นยังคาดว่าจะมีการใช้ระบบการประชุมทางไกล (Video-conference) ซึ่งจะช่วยให้ช่างได้รู้จักกับผู้เชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ เพื่อที่จะนำตนเข้าสู่ระบบในการซ่อมบำรุงที่ซับซ้อนต่อไป

กรณีศึกษา 3 เครือข่ายคอมพิวเตอร์ทั่วโลกในช่วงปี ค.ศ. 2000-2009

American President Companies (APC) เป็นบริษัทที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก และเป็นหนึ่งในหลายๆ บริษัทที่มีความต้องการติดตั้งระบบการติดต่อสื่อสารเชื่อมโยงเครือข่ายทั่วโลกโดยใช้การสื่อสารผ่านดาวเทียมเชื่อมต่อภาคพื้นดิน เช่น เชื่อมจากนิวยอร์กกับประเทศคูเวต ซึ่งวิธีนี้จะช่วยลดระยะการเดินทางของข้อมูลข่าวสารจากทวีปอเมริกาเหนือกับทวีปเอเชียได้เป็นอย่างดี ผู้ใช้บริการต้องรู้สถานที่และตำแหน่งเส้นทางที่จะติดต่อใช้บริการจากเครื่องคอมพิวเตอร์ของ APC ได้ถึง 800 เลขหมายของรหัสท้องที่ (Area code)

บริษัทที่อยู่ในเครือสถาบันการเงินชั้นแนวหน้าที่ประสบผลสำเร็จด้านการบริหารการซื้อหรือการขาย พบว่ามีการสั่งซื้อมาจากทั่วทุกมุมโลกและการตัดสินใจซื้อบ่อยครั้งที่ดูข้อมูลจากระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ตัวอย่างเช่น บริษัท Merrill Lynch ได้มีการเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ค้าหุ้นในแอตแลนตา หรือดีทรอยต์ ซื้อขายหุ้นกับต่างประเทศได้โดยตรง แทนที่จะต้องผ่านตัวกลางในนิวยอร์ก บริษัท Merrill มีสมาชิกจำนวนมากเมื่อเทียบกับหลาย ๆ บริษัทที่นำระบบการสื่อสารทางไกลมาใช้อย่างจริงจัง จนกระทั่งบริษัทมีรายได้เพิ่มขึ้นเกือบ500 ล้านดอลลาร์

สถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วเป็นเหตุผลหนึ่งที่บริษัทจำวนมากต้องการที่จะติดตั้งระบบการเชื่อมโยงเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ตัวอย่างเช่น เมื่อค่าเงินดอลลาร์ลดลงต่ำกว่าระดับปกติ บริษัท Westinghouse ได้ทำการส่งข่าวสารทางเครือข่ายคอมพิวเตอร์โดยติดต่อจากอังกฤษไปยังสหรัฐอเมริกา ซึ่งวิธีนี้ได้ช่วยให้บริษัททั้งหลายไม่ต้องประสบปัญหาในด้านค่าใช้จ่ายในการติดต่อสื่อสาร

เมื่อมีการจัดตั้งระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์แล้ว บริษัทต่างๆ จะมีทางเลือกมากมาย องค์กรหลายแห่งต้องการติดตั้งระบบเครือข่ายชนิดที่ใช้เป็นเครือข่ายส่วนตัว ซึ่งวิธีการติดตั้งอย่างหนึ่งก็คือ ต้องดำเนินการเช่าสายจากบริษัทที่ได้ติดตั้งระบบเชื่อมโยงเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเรียบร้อยแล้วและพร้อมที่จะให้บริการต่อลูกค้า ในปัจจุบันมีการเชื่อมโยงเครือข่ายไปทั่วโลกเป็นเครือข่ายอินเทอร์เน็ต และเครือข่ายดังกล่าวส่วนใหญ่ได้ดำเนินการโดยบริษัทที่มีชื่อเสียง เช่น AT&T, U.S. Sprint, Nippon, British Telecom และบริษัทคอมพิวเตอร์รายใหญ่ เช่น IBM, DEC และ Unisys เป็นต้น กรณีตัวอย่างของบริษัท IBM ได้ขยายเครือข่ายออกไปมากกว่า

150 ประเทศ และมีพนักงานถึง 4 แสนคน

บริษัทจำนวนมากที่ต้องการติดตั้งระบบเครือข่ายและเชื่อมโยงเครือข่ายทั่วโลกเหล่านั้นมักเผชิญกับอุปสรรคต่างๆ ได้แก่ (1) ความรู้เกี่ยวกับระบบเครือข่าย (2) กฎระเบียบสำหรับการสื่อสารระหว่างประเทศซึ่งมีข้อจำกัดมาก และเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เช่น วิทยุสื่อสารถูกห้ามใช้ในหลายแห่งในยุโรป ชาวยุโรปจำนวนมากต้องการเครื่องมือสื่อสารที่ถูกต้องและเป็นที่ยอมรับก่อนที่จะถูกนำมาใช้ นอกจากนี้ขั้นตอนการติดตั้งระบบการสื่อสารบางอย่างต้องใช้เวลานานหลายเดือนหรืออาจหลายปี ประเทศต่าง ๆ จึงพยายามค้นหากลยุทธ์ด้านการสื่อสารแบบใหม่ ๆ มาใช้อย่างไรก็ตาม เขายังต้องการผลประโยชน์ที่จะได้จากการลงทุนของชาวต่างชาติ (3) การสื่อสารทางไกลจะได้รับผลกระทบโดยตรงจากการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ดังนั้นเครื่องมือสื่อสารที่นำมาใช้ในปัจจุบันจะล้าสมัยในอีก 3-4 ปีข้างหน้า

นับว่าเป็นเรื่องที่ยากมากทีเดียวที่จะหาบุคลากรที่มีความรู้ความชำนาญมากๆ ในด้านการสื่อสารข้อมูลประกอบกับองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วมาก ดังนั้นจึงจำเป็นต้องติดตามอยู่ตลอดอย่างต่อเนื่อง

เมื่อพิจารณาถึงแนวโน้มของการใช้อินเทอร์เน็ตในอนาคตแล้ว มีตัวแปรสำคัญที่เกี่ยวข้องด้านเทคโนโลยีจำเป็นต้องนำมาพิจารณา กล่าวคือ

(1) ความต้องการผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี

(2) การค้นพบที่สำคัญหรือการพัฒนาด้านเทคโนโลยี

แนวทางที่ผู้บริโภคและฝ่ายบริหารจะตอบสนองต่อระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะอินเทอร์เน็ตซึ่งได้สะท้อนให้เห็นรูปแบบของความต้องการใหม่ ๆ นั้นมี

ตัวแปรที่มีอิทธิพลต่อการใช้อินเทอร์เน็ต 3 ประการ คือ

1. ความจำเป็นขององค์กรธุรกิจ ได้แก่ เพื่อความประหยัด มีบริการที่ดีกว่า มีการสั่งซื้อและการโฆษณาที่ทันสมัย และการได้รับข้อมูลข่าวสารที่รวดเร็ว

2. บทบาทหน้าที่และศักยภาพในการทำงาน กล่าวคือ สามารกระจายข้อมูลไปทั่วโลกได้อย่างรวดเร็ว มีความถูกต้องและแม่นยำ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ขององค์กรว่าจะใช้ประโยชน์ในข้อนี้หรือไม่

3. ความสะดวกของผู้ซื้อเทคโนโลยี หรือคนที่ต้องการใช้อินเทอร์เน็ตซึ่งต้องการความง่ายในการใช้งาน (User friendly) ถ้าลูกค้าพบว่าผลิตภัณฑ์และเอกสารประกอบการใช้งานมีความยุ่งยากก็จะไม่เป็นที่นิยมใช้

     นับวันอินเทอร์เน็ตจะยิ่งเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสั่งซื้อสินค้าทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ต การดูภาพยนตร์ ฟังเพลง หรือแม้แต่การสนทนากันก็ใช้อินเทอร์เน็ต สิ่งเหล่านี้เป็นการพัฒนาวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนให้มีชีวิตที่เป็นสุข มีความสะดวกสบาย และรวดเร็วขึ้น

กรณีศึกษา 4 การเพิ่มความนิยมในการเช่าซื้อซอฟต์แวร์

     การตัดสินใจที่จะพัฒนาซอฟต์แวร์หรือซื้อซอฟต์แวร์ เป็นประเด็นที่ผู้จัดการและเจ้าหน้าที่แผนกสารสนเทศเพื่อการจัดการ (MIS) จะต้องพิจารณาในระหว่างการจัดหาระบบใหม่ แต่ขณะนี้อาจมีอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับการจัดหาซอฟต์แวร์ คือ การตัดสินใจว่าองค์กรควรจะทำเองหรือซื้อหรือเช่าซื้อ

     แนวคิดในการเช่าซื้อซอฟต์แวร์มีมาตั้งแต่ทศวรรษที่1980
โดยการอนุญาตให้ลูกค้าเช่าซื้อซอฟต์แวร์ที่มีราคาแพงได้โดยการยืมเงินจากบุคคลที่สาม ซึ่งได้รับความนิยมมากเนื่องจากเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการจัดการเงินสำหรับการเช่าซื้อซอฟต์แวร์

     ธุรกิจให้เช่าซื้อซอฟต์แวร์ (Software leasing) ที่มีขนาดใหญ่อยู่ที่ Beverly Hills, แคลิฟอร์เนีย โดยมีลูกค้ามากกว่า100 บริษัท รวมทั้งบริษัทที่มีชื่อเสียง เช่น Well Fargo, The New York Times และ Citibank, NA ก็เป็นลูกค้าของบริษัท Beverly Hills ด้วยเช่นกัน

     บริษัท LaMode Inc. ซึ่งเป็นบริษัทผลิตเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายรายหนึ่งในลอสแองเจลลิสได้เช่าซื้อซอฟต์แวร์ผ่านบริษัทให้เช่าซื้อซอฟต์แวร์ (Software leasing) มาเป็นเวลานานกว่า5 ปีแล้ว Shewood Sterting รองประธานของบริษัท LaMode กล่าวว่า “ในอดีตบริษัทของเรามีขนาดเล็กกว่านี้มากเมื่อเราเริ่มต้นเช่าซื้อซอฟต์แวร์ วิธีการนี้ได้ช่วยให้เราได้ใช้เงินในทางอื่นนอกเหนือจากทุนดำเนินการภายใน” ลูกค้าอีกราย ได้กล่าวว่า“การเช่าซื้อช่วยให้สามารถดำเนินการได้รวดเร็วขึ้น เพราะไม่ต้องรอการอนุมัติซึ่งอาจใช้เวลานานถึง 3 เดือน วิธีการดังกล่าวทำให้สามารถใช้จ่ายเงินภายในงบประมาณที่จำกัดได้พร้อมทั้งได้ซอฟต์แวร์ที่ต้องการอย่างรวดเร็วและช่วยให้การดำเนินงานโดยรวมเร็วขึ้น”HoWard Smith ซึ่งเป็นประธานและ CEO ของบริษัทให้เช่าซอฟต์แวร์ (Software leasing) ที่ Beverly Hill ยืนยันว่าตลอดช่วง2-3 ปีที่ผ่านมา รายได้ของบริษัทเติบโตขึ้นอย่างน้อย 300% ต่อปี นอกจากจะมีจำนวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้นแล้ว บริษัทยังเป็นตัวแทนของบริษัทซอฟต์แวร์ที่เพิ่มขึ้นด้วย ในช่วงแรกบริษัทได้ร่วมงานกับบริษัทซอฟต์แวร์เพียงแห่งเดียวคือ Management Science America Corp ที่เมืองแอตแลนต้า ขณะนี้บริษัท Beverly Hills เป็นตัวแทนของบริษัทซอฟต์แวร์มากกว่า 30 บริษัท ได้มีผู้ถาม Smith ว่าเขาทำให้บริษัทซอฟต์แวร์เป็นที่น่าสนใจได้อย่างไร เขากล่าวว่า “ผมเพียงแต่ไปที่บริษัทซอฟต์แวร์และได้แสดงให้ฝ่ายขายของบริษัทซอฟต์แวร์นั้นมองเห็นว่าเขาจะใช้สิ่งนี้เป็นเครื่องมือในการสรุปการขายได้อย่างไร ”ขณะที่ผลกระทบที่แท้จริงของการเช่าซื้อซอฟต์แวร์จะยังเห็นไม่ชัดเจนจนกระทั่งกลางทศวรรษที่1990 โดยที่ให้ผู้เชี่ยวชายทางอุตสาหกรรมส่วนใหญ่เห็นพ้องต้องกันว่าธุรกิจเช่าซื้อซอฟต์แวร์จะเป็นตลาดที่มีอัตราการเติบโตสูงมากจำนวนของบริษัทที่ให้เช่าซอฟต์แวร์คาดว่าจะเพิ่มมากขึ้นและบริษัทซอฟต์แวร์อาจเพิ่มจำนวนขึ้นด้วยเช่นกัน

edit @ 28 Dec 2011 16:41:44 by Jeeradech

edit @ 28 Dec 2011 16:51:33 by Jeeradech

edit @ 19 Feb 2012 08:39:43 by Jeeradech

ธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Business)
       คือ กระบวนการดำเนินธุรกิจโดยอาศัยเทคโนโลยีเครือข่ายที่เรียกว่าองค์การเครือข่ายร่วม (Internetworked Network) ไม่ว่าจะเป็นการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Commerce) การติดต่อสื่อสารและการทำงานร่วมกัน หรือแม้แต่ระบบธุรกิจภายในองค์กร
 
พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic commerce)
       คือ การทำธุรกรรมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ในทุกช่องทางที่เป็นอิเล็กทรอนิกส์ เช่น การซื้อขายสินค้าและบริการ การโฆษณาผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์ โทรทัศน์ วิทยุ หรือแม้แต่อินเทอร์เน็ต เป็นต้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดค่าใช้จ่าย และเพิ่มประสิทธิภาพขององค์กร โดยการลดบทบาทองค์ประกอบทางธุรกิจลง เช่น ทำเลที่ตั้ง อาคารประกอบการ โกดังเก็บสินค้า ห้องแสดงสินค้า รวมถึงพนักงานขาย พนักงานแนะนำสินค้า พนักงานต้อนรับลูกค้า เป็นต้น จึงลดข้อจำกัดของระยะทาง และเวลาลงได้ 
 
images by free.in.th
 
กรอบการทำงาน (E-Commerce Framework)
  
images by free.in.th"
  
การประยุกต์ใช้ (E-commerce Application)
   -การค้าปลีกอิเล็กทรอนิกส์ (E-Retailing)
   -การโฆษณาอิเล็กทรอนิกส์ (E-Advertisement)
   -การประมูลอิเล็กทรอนิกส์ (E-Auctions)
   -การบริการอิเล็กทรอนิกส์ (E-Service)
   -รัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (E-Government)
   -การพาณิชย์ผ่านระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่(M-Commerce : Mobile Commerce)
 
โครงสร้างพื้นฐาน (E-Commerce Infrastructure)
         องค์ประกอบหลักสำคัญด้านเทคโนโลยีพื้นฐาน ที่จะนำมาใช้เพื่อการพัฒนาระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ โดยแบ่งออกเป็น 4 ส่วนได้แก่
1.ระบบเครือข่าย (Network)
2.ช่องทางการติดต่อสื่อสาร(Chanel Of Communication)
3.การจัดรูปแบบและการเผยแพร่เนื้อหา (Format & Content Publishing)
4.การรักษาความปลอดภัย (Security)
 
 การสนับสนุน (E-Commerce Supporting)
       ส่วนของการสนับสนุนจะทำหน้าที่ช่วยเหลือและสนับสนุนส่วยของการประยุกต์ใช้งานให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เปรียบเสมือนเสาหลักของบ้าน ที่ทำหน้าที่ค้ำจุนให้หลังคาบ้านอย่างไรก็ตามเสาบ้านก็ต้องอาศัยพื้นบาน ในส่วนของโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อที่จะยืนหยัดอยู่ได้อย่างมั่นคงต่อไป สำหรับส่วนสนับสนุนของ E-Commerce มีองค์ประกอบ 5 ส่วนด้วยกันดังต่อไปนี้
 
การสนับสนุน (E-Commerce Supporting)
   1.การพัฒนาระบบงาน E-Commerce Application Development
   2.การวางแผนกลยุทธ์ E-Commerce Strategy
   3.กฎหมายพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ E-Commerce Law
   4.การจดทะเบียนโดเมนเนม Domain Name Registration
   5.การโปรโมทเว็บไซต์ Website Promotion
 
การจัดการการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
  
The Dimensions of E-Commerce
images by free.in.th 
  
กลุ่มธุรกิจที่ค้ากำไร (Profits Organization)
Business-to-Business (B2B)
Business-to-Customer (B2C)
Business-to-Business-to-Customer (B2B2C)
Customer-to-Customer (C2C)
Customer-to-Business (C2B)
Mobile Commerce
E-Commerce Business Model
แบบจำลองทางธุรกิจหมายถึง
วิธีการดำเนินการทางธุรกิจที่ช่วยสร้างรายได้ อันจะทำให้บริษัทอยู่ต่อไปได้ นอกจากนี้ยังรวมถึงกิจกรรมที่ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Add) ให้กับสินค้าและบริการ
วิธีการที่องค์กรคิดค้นขึ้นมาเพื่อประยุกต์ใช้ทรัพยากรขององค์กรอย่างเต็มที่ อันจะก่อให้เกิดผลกำไรสูงสุดและเพิ่มมูลค่าของสินค้าและบริการ
ข้อดีและข้อเสียของ E-Commerce
ข้อดี
1.สามารถเปิดดำเนินการได้ตลอด 24 ชั่วโมง
2.สามารถดำเนินการค้าขายได้อย่างอิสระทั่วโลก
3.ใช้ต้นทุนในการลงทุนต่ำ
4.ไม่ต้องเสียค่าเดินทางในระหว่างการดำเนินการ
5.ง่ายต่อการประชาสัมพันธ์ และยังสามารถประชาสัมพันธ์ในครั้งเดียวแต่ไปได้ทั่วโลก
6.สามารถเข้าถึงลูกค้าที่ใช้บริการอินเทอร์เนตได้ง่าย
7.ประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลาสำหรับผู้ซื้อและผู้ขาย
8.ไม่จำเป็นต้องเปิดเป็นร้านขายสินค้าจริงๆ

ข้อเสีย
1.ต้องมีระบบการรักษาความปลอดภัยของระบบที่มีประสิทธิภาพ
2.ไม่สามารถเข้าถึงลูกค้าที่ไม่ได้ใช้บริการอินเทอร์เนตได้ 
3.ขาดความเชื่อมั่นในเรื่องการชำระเงินผ่านทางบัตรเครดิต
4.ขาดกฎหมายรองรับในเรื่องการดำเนินการธุรกิจขายสินค้าแบบออนไลน์
5.การดำเนินการทางด้านภาษียังไม่ชัดเจน

 
  

edit @ 28 Dec 2011 16:45:59 by Jeeradech

สภาพแวดล้อมทางธุรกิจ

images by free.in.th

จึงสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลักๆ ด้วยกัน ได้แก่

1. ภาพแวดล้อมภายนอกธุรกิจ Internal Environment คือ สภาวะแวดล้อมที่ธุรกิจสามารถควบคุมได้
    - ปัจจัยต่าง ๆ ที่ธุรกิจสามารถกำหนด และ ควบคุมได้เป็นไปตามความต้องการของธุรกิจถือว่า
    - เป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อโปรแกรมการตลาด
    - ใช้ในการวิเคราะห์จุดแข็งจุดอ่อนของธุรกิจ
2. สภาพแวดล้อมภายในธุรกิจ External Environment ภาวะแวดล้อมที่ธุรกิจไม่สามารถควบคุมได้
    - ปัจจัยกลุ่มนี้ หมายถึง ปัจจัยยังคับภายนอกธุรกิจที่มีอิทธิพลต่อระบบการตลาด
    - ปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้แต่มีอิทธิพลต่อระบบการตลาด คือสร้างโอกาสหรืออุปสรรคแก่ธุรกิจ
    - ซึ่งประกอบด้วย สิ่งแวดล้อมจุลภาค และสิ่งแวดล้อมมหภาค

การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมที่มีผลกระทบต่อการบริหารธุรกิจ SWOT

images by free.in.th

S (Strengths) จุดแข็ง

เป็นปัจจัยภายในที่สามารถควบคุมได้ตามศักยภาพของธุรกิจที่มีอยู่ จุดแข็งนี้จะก่อให้เกิดผลดีต่อธุรกิจ ซึ่งส่งผลมาจากการบริหารงานภายในระหว่าง ผู้บริหารและบุคลากร หรืออาจมาจากความได้เปรียบในด้านทรัพยากรทางการบริหารต่างๆ เช่น มีสถานภาพทางการเงินที่มั่นคง ที่ตั้งอยู่ใกล้ทั้งแหล่งวัตถุดิบและแหล่งจัดจำหน่าย บุคลากรมีประสบการณ์และความสามารถสูง ฯลฯ

W (Weaknesses) จุดอ่อน

  เป็นปัจจัยภายในที่เกิดจากปัญหาภายในธุรกิจ อันเนื่องมาจากการบริหารงานที่ผิดพลาด ข้อจำกัดบางประการของศักยภาพทางธุรกิจ ปัญหาเหล่านี้จะส่งผลร้ายถ้าไม่รีบดำเนินการแก้ไข เช่น ขาดสภาพคล่องทางการเงิน สินค้าที่ผลิตออกมามีคุณภาพ ไม่คงที่ ขาดการประสานงานที่ดีภายในองค์กร ฯลฯ

W (Weaknesses) จุดอ่อน

  เป็นปัจจัยภายในที่เกิดจากปัญหาภายในธุรกิจ อันเนื่องมาจากการบริหารงานที่ผิดพลาด ข้อจำกัดบางประการของศักยภาพทางธุรกิจ ปัญหาเหล่านี้จะส่งผลร้ายถ้าไม่รีบดำเนินการแก้ไข เช่น ขาดสภาพคล่องทางการเงิน สินค้าที่ผลิตออกมามีคุณภาพ ไม่คงที่ ขาดการประสานงานที่ดีภายในองค์กร ฯลฯ

O (Opportunities) โอกาส

  เป็นปัจจัยภายนอกที่ธุรกิจไม่สามารถเข้าไปควบคุมให้เกิดหรือไม่เกิดขึ้นได้ แต่เป็นสภาวการณ์แวดล้อมอันส่งผลดีให้กับธุรกิจโดยบังเอิญ เช่น กลุ่มลูกค้าเป้าหมายมีรายได้เพิ่มขึ้น นโยบายของรัฐให้การสนับสนุนธุรกิจประเภทนี้ สินค้าของคู่แข่งมีคุณภาพต่ำ ฯลฯ

T (Threats) อุปสรรค

เป็นปัจจัยภาย นอกที่ธุรกิจไม่สามารถเข้าไปควบคุมให้เกิดหรือ ไม่เกิดขึ้นได้ และเป็นสภาวการณ์แวดล้อมอันเลวร้ายที่ส่งผลกระทบให้ธุรกิจเสียหาย เช่น รัฐบาลขึ้นภาษี ปัญหาสภาพเศรษฐกิจตกต่ำ วัตถุดิบมีราคาสูงขึ้น เกิดภัยสงครามหรือภัยธรรมชาติ ฯลฯ

การวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ด้วย TOWS Matrix

 

กลยุทธ์เชิงรุก (SO Strategy)เป็น การใช้จุดแข็งบนโอกาสที่มี ได้มาจากการนำข้อมูลการประเมินสภาพแวดล้อมที่เป็นจุดแข็งและโอกาสมาพิจารณาร่วมกัน เพื่อที่จะนำมากำหนดเป็นยุทธศาสตร์หรือกลยุทธ์ในเชิงรุก

กลยุทธ์เชิงป้องกัน (ST Strategy)

เป็นการใช้จุดแข็งป้องกันอุปสรรค ได้มาจากการนำข้อมูลการประเมินสภาพแวดล้อมที่เป็น จุดแข็งและข้อจำกัดมาพิจารณาร่วมกัน เพื่อที่จะนำมากำหนดเป็นยุทธศาสตร์หรือกลยุทธ์ในเชิงป้องกัน

กลยุทธ์เชิงแก้ไข (WO Strategy)

เป็นการขจัดจุดอ่อนโดยใช้โอกาส ได้มาจากการนำข้อมูลการประเมินสภาพแวดล้อมที่เป็นจุดอ่อนและโอกาสมาพิจารณาร่วมกัน เพื่อที่จะนำมากำหนดเป็นยุทธศาสตร์หรือกลยุทธ์ในเชิงแก้ไข

กลยุทธ์เชิงรับ (WT Strategy)

เป็น การขจัดจุดอ่อนป้องกันอุปสรรค ได้มาจากการนำข้อมูลการประเมินสภาพแวดล้อมที่เป็นจุดอ่อนและข้อจำกัดมาพิจารณาร่วมกัน เพื่อที่จะนำมากำหนดเป็นยุทธศาสตร์หรือกลยุทธ์ในเชิงรับ

edit @ 28 Dec 2011 16:05:56 by Jeeradech

edit @ 28 Dec 2011 16:07:56 by Jeeradech